ทำไมเราถึงจำแต่เรื่องแย่ๆ ได้ชัดกว่าเรื่องดีๆ?
- Mahajitnakhon Blog

- 6 ส.ค.
- ยาว 2 นาที

เคยไหม... ทั้งที่อ่านคำชมสิบข้อความผ่านตา แต่สายตาดันหยุดอยู่ที่คำตำหนิเดียวแล้วคิดถึงสิ่งนั้นซ้ำ ๆ หรือกว่าจะหลับได้ ต้องวนคิดถึงเรื่องพลาด น่าอาย หรือเสียใจซ้ำ ๆ เป็นชั่วโมง จนบางทีเราเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า “ทำไมเราถึงจำเรื่องแย่ ๆ ได้ชัดกว่าเรื่องดี ๆ ?”
.
🧠คำตอบอาจอยู่ที่ “สมองของเราเอง” มนุษย์มักจะสนใจและจดจำเหตุการณ์เชิงลบได้รุนแรงและนานกว่าเหตุการณ์เชิงบวก เรียกว่า Negative bias (อคติเชิงลบ) งานวิจัยของ Vaish และคณะ พบว่า “อคติเชิงลบ” เริ่มตั้งแต่ทารกอายุ 7 เดือน โดยเด็กจะให้ความสนใจต่อสีหน้าอารมณ์ด้านลบของผู้ใหญ่มากกว่า แสดงว่า “การตรวจจับสัญญาณอันตราย” เป็นกลไกการเอาตัวรอดแบบหนึ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ทารก
.
ดังนั้น ไม่ใช่เพราะเราอ่อนไหวหรือคิดมากเกินไป แต่เพราะสมองของมนุษย์ถูกโปรแกรมให้ระวังภัย 🚨
.
มารู้จักสมองของเรากัน…ในการจดจำสิ่งต่าง ๆ สมองจะทำงานร่วมกันหลายส่วน สำหรับในโพสต์นี้เราอยากชวนทุกคนมารู้จัก สมอง 2 ส่วนที่มีบทบาทสำคัญ นั่นคือ
ฮิปโปแคมปัส (hippocampus) – ผู้บันทึกเรื่องราวในชีวิต ทำหน้าที่สร้างและเก็บความจำที่สามารถเรียกคืนได้ เช่น ข้อเท็จจริง เหตุการณ์ รวมถึงบริบทรอบข้าง ทำให้เราจำได้ว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร อย่างไร
อะมิกดาลา (amygdala) - ผู้บันทึกอารมณ์ ทำหน้าที่สร้างความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ช่วยให้เราเชื่อมโยงอารมณ์กับเหตุการณ์ เช่น ความกลัว ความเครียด หรือความสุข รับรู้และตอบสนองต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้น
.
3 เหตุผลที่สมองเรา "จำสิ่งลบ" ได้ดีเป็นพิเศษ🧐
1. เพื่อการอยู่รอด - ในมุมมองวิวัฒนาการ สมองจะจดจำสิ่งที่สำคัญต่อการอยู่รอดได้ดีกว่าสิ่งอื่น เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่คุกคามหรือสร้างความกลัว สมองจะเรียนรู้และบันทึกไว้ในความทรงจำว่า “สิ่งนี้อันตราย” เมื่ออยู่ในภาวะที่คล้ายกัน สมองส่วน Amygdala จะถูกกระตุ้นและสั่งการไปยัง ระบบประสาทซิมพาเทติกทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยกลไก “สู้ หนี หรือชะงัก” (Fight, Flight, or Freeze)
.
2. อารมณ์เสริมความทรงจำ - ข้อมูลที่มี ‘อารมณ์เกี่ยวข้อง’ มักถูกจดจำได้ดีกว่าข้อมูลทั่วไป เพราะสมองทั้งสองส่วนจะทำงานร่วมกัน โดย hippocampus เก็บบริบท ส่วน amygdala ใส่อารมณ์เข้าไป ทำให้ถูกบันทึกเป็นความทรงจำที่ชัดเจนและฝังแน่น งานวิจัยของ Bierbrauer และคณะ พบว่า “ความเครียด” ทำให้ amygdala เชื่อมโยงรายละเอียดรอบ ๆ เหตุการณ์เข้าด้วยกัน เช่น สิ่งของ เสียง หรือวัตถุในบริเวณนั้น จนกลายเป็น “ตัวกระตุ้นความจำ” ที่แค่เจออีกครั้ง ก็เรียกอารมณ์เก่ากลับมาได้ทันที
.
3.Rumination (ลูปของความคิดลบ) – เรามักหมกมุ่นอยู่กับความคิดด้านลบ ความรู้สึก หรือเหตุการณ์ในอดีตโดยเฉพาะเรื่องที่ยังไม่ถูกคลี่คลายหรือทำใจไม่ได้ ทำให้เราโฟกัสที่ตัวเองมากเกินไปและสุดท้ายตกอยู่ใน “วงจรลบ” โดยไม่รู้ตัว
คิดลบ → อารมณ์ลบ → ยิ่งคิดลบซ้ำอีก → วนลูปไม่รู้จบ
สมองของเราติดอยู่ในโหมดวิเคราะห์ที่พยายามหาคำตอบว่า “ทำไมมันถึงเกิดขึ้น” หรือ “เราควรทำต่างออกไปไหม”แต่ยิ่งคิด ก็ยิ่งจม เพราะวงจรนี้ไม่ได้พาเราไปหาคำตอบ กลับกลายเป็นการดึงเราให้ติดอยู่กับความรู้สึกและความคิดลบมากขึ้น
.
.
「ก้าวผ่านความทรงจำที่เจ็บปวด」 🍃อ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น (Self-compassion) -> มองตัวเองเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ผิดพลาดได้ ลองปฏิบัติต่อตัวเองเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ให้ความเข้าใจ ยอมรับ ให้อภัยและดูแลใจด้วยความเมตตา
.
🧘อนุญาตให้ตัวเอง ‘รู้สึก’ และอยู่กับปัจจุบัน – อย่าผลักความรู้สึกออกไป แต่ให้ลองนั่งอยู่กับความรู้สึกนั้น ค่อย ๆ ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดกับตัวเอง ฝึกหายใจลึก ๆ เขียนบันทึก หรือทำโยคะ เพื่อพาใจกลับมาอยู่กับ “ตอนนี้” แทนที่จะวนอยู่ในอดีต เพราะเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น เรื่องเจ็บในวันวานจะค่อย ๆ มีอำนาจต่อเราน้อยลงเอง
.
🌟เรียนรู้และก้าวเดินต่อไป – มองสิ่งที่เป็นความผิดพลาดเป็นบทเรียนหนึ่งที่ผ่านเข้ามา ลองตีกรอบความคิดของเราใหม่ เปลี่ยนจากคำถามว่า "ทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับฉัน" มาคิดวิเคราะห์เพื่อสาเหตุที่แท้จริง ที่เราสามารถ ‘ควบคุม’ และ ‘แก้ไข’ ได้ แล้วถามตัวเองใหม่ว่า "ฉันจะทำอะไรแตกต่างออกไปได้บ้างในตอนนี้/อนาคต?"
.
🌱การจำสิ่งลบได้ ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แทนที่จะพยายามลืมเรื่องราวเหล่านั้น ลองค่อย ๆ เปลี่ยนจากการ “หนี” เป็นการ “อยู่กับมันอย่างเข้าใจ”
แล้ว…เรื่องราวที่เคยทำให้เจ็บ จะค่อย ๆ กลายเป็นบทเรียนที่ทำให้เราเติบโตอย่างเข้มแข็งขึ้นทุกวัน 🌻
---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก
#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #คลินิกจิตวิทยา #จิตวิทยาปรึกษา #จิตวิทยาบำบัด #ความรู้จิตวิทยา #ยึดติดกับอดีต #เรื่องแย่ๆ #อยากลืม #ทำไมถึงไม่ลืม #จำแต่เรื่องเเย่ๆ
แหล่งอ้างอิง
Bierbrauer, A., Fellner, M., Heinen, R., Wolf, O. T. & Axmacher, N. (2021). The memory trace of a stressful episode. Current Biology. (31)23, 5204-5213. http://doi.org/10.1016/j.cub.2021.09.044
Moore, C. (2019, December). What Is Negativity Bias and How Can It Be Overcome?. Positive psychology. What Is The Negativity Bias and How Can it be Overcome?
Richter-Levin, G., & Akirav, I. (2000). Amygdala-hippocampus dynamic interaction in relation to memory. Molecular neurobiology, 22(1-3), 11–20. https://doi.org/10.1385/MN:22:1-3:011
Vaish, A., Grossmann, T., & Woodward, A. (2008). Not all emotions are created equal: The negativity bias in social-emotional development. Psychological Bulletin, 134(3), 383–403. https://doi.org/10.1037/0033-2909.134.3.383 Watkins, E. R. & Robert, H. (2020). Reflecting on rumination: Consequences, causes, mechanisms and treatment of rumination. Behaviour Research and Therapy. (127), https://doi.org/10.1016/j.brat.2020.103573






ความคิดเห็น