ถ้าวันนึงเราไม่เก่งอีกต่อไป เรายังมีคุณค่าอยู่ไหม ?
- Mahajitnakhon Blog

- 11 ส.ค.
- ยาว 1 นาที

ตอนเด็กแค่กินข้าวหมดชาม หรือผูกเชือกรองเท้าได้ ก็ได้รับคำชมว่า “เก่งจังเลย” พร้อมเสียงปรบมือ เราได้รับความสนใจ รอยยิ้ม และการยอมรับจากพ่อแม่ จนทำให้เด็กคนนั้น ผูกคำว่า ‘เก่ง = มีคุณค่า’ แต่โตขึ้น…ความสำเร็จไม่ได้วัดง่าย ๆ แบบนั้นอีกต่อไป
.
คนเก่งในวันนั้น กลายเป็นมนุษย์ธรรมดาในวันนี้ ทำดีเท่าไหร่ ทำงานหนักแค่ไหน ก็ยังรู้สึกเหมือนไม่สำเร็จสักที เรากำลังรู้สึกหมดคุณค่าลงเรื่อย ๆ
.
สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นเพราะเราเคยชินกับการวัดคุณค่าของตัวเองผ่านผลลัพธ์และการยอมรับจากคนอื่น ต้องทำให้ได้เป็นที่หนึ่ง ต้องมีเงินเยอะ ๆ ต้องอยู่เหนือคนอื่นเท่านั้น เรามักใช้ปัจจัยภายนอก เช่น คำชม ความสำเร็จ หรือเงิน มาเป็นตัววัดว่าเรา ‘เก่ง’ จึงจะรู้สึกว่าตนเอง ‘มีค่า’ สุดท้าย…เป็นเราเองที่รู้สึกไม่เคยดีพอ
.
แล้วถ้าวันหนึ่งเราไม่เก่งอีกต่อไป เรายังมีคุณค่าอยู่ไหม?
🌟ก่อนจะตอบคำถามนี้ เรามาเริ่มจากการรู้จัก ‘คุณค่า’ กันก่อน
สมาคมจิตวิทยา (APA) ให้คำนิยามไว้ว่า คุณค่าในตัวเอง (self-worth) คือ การประเมินตนเองว่าเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถ ภาคภูมิใจในตัวตน และเชื่อว่าตนเองสมควรได้รับความใส่ใจและความเคารพ เป็นความรู้สึกภายใน “ตัวฉันมีคุณค่า และสมควรได้รับความรัก”
ดังนั้น อยากให้ทุกคนลองทบทวนว่า… เราวัด “คุณค่า” ของตนเองอย่างไร?
• จากความสามารถ หรือจากความตั้งใจ?
• จากความสำเร็จ หรือจากความพยายามที่เรามี?
• จากสายตาคนอื่น หรือจากเสียงเล็ก ๆ ข้างในใจ?
.
บางครั้งคุณค่าอาจไม่ได้อยู่ที่เราทำได้ “มากแค่ไหน” แต่อยู่ที่เรายังกล้าจะเป็นตัวเอง และยังเห็นคุณค่าของการก้าวเดิน แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ก็ตาม
เพราะสุดท้าย…คุณค่าไม่ใช่สิ่งที่ใครมอบให้ แต่คือสิ่งที่เราเชื่อและยอมรับในตัวเอง
--
🌻บางทีการเป็นตัวเรา…ก็เพียงพอแล้ว
ทาสแมวคนนี้ เป็นโลกทั้งใบของเจ้านายแมวเลยนะ
พนักงานทั่วไป ที่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้อร่อยที่สุดในกลุ่มเพื่อน
คุณแม่คนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนสนิทที่ลูกชอบที่สุด
คนธรรมดา ที่ยังยิ้มให้ตัวเองในกระจกได้ ลองบอกตัวเอง… ไม่ต้องเก่งก็ได้
หลายครั้งคนเรามักจะเข้มงวดตัวเองมากเกินไป เรามักคิดว่า “ล้มเหลว = ไม่มีค่า”
แต่ถ้าเราถอยออกมามองภาพรวม แล้วคิดใหม่…ถ้าคนที่ล้มเหลวคือคนอื่น เราจะมองว่าเขาไม่มีค่าอยู่ไหม
เหมือนกับที่ Kristin Neff กล่าวไว้:
“ถ้าคุณยังคงตัดสินและวิจารณ์ตัวเองอยู่ตลอด ขณะที่พยายามใจดีต่อผู้อื่น คุณกำลังสร้างเส้นแบ่งและความแตกต่างที่ไม่จำเป็น ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกแยกตัวและโดดเดี่ยว”
.
‘ความไม่เก่งคือโอกาสเรียนรู้’ 🧐
Carol Dweck นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้นำเสนอ ทฤษฎีกรอบความคิดของบุคคลซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ คือ
1. Growth Mindset (ทัศนคติเติบโต) คือมุมมองที่เชื่อว่าความฉลาด ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ ผ่านการเรียนรู้ ความพยายามและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
2. Fixed Mindset (ทัศนคติติดกรอบ) คือ คือความเชื่อว่า ความสามารถหรือความฉลาดเป็นสิ่งที่ตายตัว เกิดมาแบบไหนก็เป็นแบบนั้น ไม่สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้มากนัก
แน่นอนว่าไม่มีกรอบความคิดไหนผิดหรือถูก ทั้งสองต่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญ คือ Growth Mindset ช่วยให้เรารู้ว่า ‘ความไม่เก่ง’ ไม่ใช่สิ่งแย่แต่เป็นสัญญาณว่า เรามีพื้นที่ให้เรียนรู้และเติบโต
ล้มเหลว = โอกาสเรียนรู้
ข้อผิดพลาด = ข้อมูลเพื่อปรับปรุงตัวเอง
ไม่สมบูรณ์แบบ = โอกาสเห็นความพัฒนาของตัวเอง
.
🌱สุดท้าย…ความเก่งหรือความสำเร็จ ไม่ได้กำหนดคุณค่าในตัวเรา อยู่ที่ว่า เรายังเห็นและรักตัวเองได้หรือเปล่า…แม้ในวันที่ไม่มีใครปรบมือให้เราเลย
---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก
มหาจิตนครคลินิก
🗓️ เปิดทำการทุกวันอังคาร-อาทิตย์เวลา 10.00-20.00น.
📌มีบริการจิตวิทยาปรึกษา จิตวิทยาบำบัด และ การทำแบบประเมินทางจิตวิทยา
แหล่งอ้างอิง
Verywellmind. (2025, March 25). How to Improve Your Self-Worth and Why It's Important. https://www.verywellmind.com/what-is-self-worth-6543764
Psychologytoday. (n.d.). Growth Mindset. https://www.psychologytoday.com/us/basics/growth-mindset
Neff, K. (2011, April 19). Self-Compassion: The Proven Power of Being Kind to Yourself. https://www.goodreads.com/author/quotes/4559299.Kristin_Neff
American psychological association. (n.d.). self-worth. https://dictionary.apa.org/self-worth






ความคิดเห็น