top of page
  • mhj_fb_png
  • mhj_ig_png
  • mhj_line_png
ค้นหา

ถ้าวันนึงเราไม่เก่งอีกต่อไป เรายังมีคุณค่าอยู่ไหม ?



ตอนเด็กแค่กินข้าวหมดชาม หรือผูกเชือกรองเท้าได้ ก็ได้รับคำชมว่า “เก่งจังเลย” พร้อมเสียงปรบมือ เราได้รับความสนใจ รอยยิ้ม และการยอมรับจากพ่อแม่ จนทำให้เด็กคนนั้น ผูกคำว่า ‘เก่ง = มีคุณค่า’  แต่โตขึ้น…ความสำเร็จไม่ได้วัดง่าย ๆ แบบนั้นอีกต่อไป

.

คนเก่งในวันนั้น กลายเป็นมนุษย์ธรรมดาในวันนี้ ทำดีเท่าไหร่ ทำงานหนักแค่ไหน ก็ยังรู้สึกเหมือนไม่สำเร็จสักที เรากำลังรู้สึกหมดคุณค่าลงเรื่อย ๆ

.

สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นเพราะเราเคยชินกับการวัดคุณค่าของตัวเองผ่านผลลัพธ์และการยอมรับจากคนอื่น ต้องทำให้ได้เป็นที่หนึ่ง ต้องมีเงินเยอะ ๆ ต้องอยู่เหนือคนอื่นเท่านั้น เรามักใช้ปัจจัยภายนอก เช่น คำชม ความสำเร็จ หรือเงิน มาเป็นตัววัดว่าเรา ‘เก่ง’ จึงจะรู้สึกว่าตนเอง ‘มีค่า’ สุดท้าย…เป็นเราเองที่รู้สึกไม่เคยดีพอ

.

แล้วถ้าวันหนึ่งเราไม่เก่งอีกต่อไป เรายังมีคุณค่าอยู่ไหม?

🌟ก่อนจะตอบคำถามนี้ เรามาเริ่มจากการรู้จัก ‘คุณค่า’ กันก่อน

สมาคมจิตวิทยา (APA) ให้คำนิยามไว้ว่า คุณค่าในตัวเอง (self-worth) คือ การประเมินตนเองว่าเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถ ภาคภูมิใจในตัวตน และเชื่อว่าตนเองสมควรได้รับความใส่ใจและความเคารพ เป็นความรู้สึกภายใน “ตัวฉันมีคุณค่า และสมควรได้รับความรัก”


ดังนั้น อยากให้ทุกคนลองทบทวนว่า… เราวัด “คุณค่า” ของตนเองอย่างไร?

• จากความสามารถ หรือจากความตั้งใจ?

• จากความสำเร็จ หรือจากความพยายามที่เรามี?

• จากสายตาคนอื่น หรือจากเสียงเล็ก ๆ ข้างในใจ?

.

บางครั้งคุณค่าอาจไม่ได้อยู่ที่เราทำได้ “มากแค่ไหน” แต่อยู่ที่เรายังกล้าจะเป็นตัวเอง และยังเห็นคุณค่าของการก้าวเดิน แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ก็ตาม

เพราะสุดท้าย…คุณค่าไม่ใช่สิ่งที่ใครมอบให้ แต่คือสิ่งที่เราเชื่อและยอมรับในตัวเอง

--

🌻บางทีการเป็นตัวเรา…ก็เพียงพอแล้ว

ทาสแมวคนนี้ เป็นโลกทั้งใบของเจ้านายแมวเลยนะ

พนักงานทั่วไป ที่ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้อร่อยที่สุดในกลุ่มเพื่อน

คุณแม่คนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนสนิทที่ลูกชอบที่สุด

คนธรรมดา ที่ยังยิ้มให้ตัวเองในกระจกได้ ลองบอกตัวเอง… ไม่ต้องเก่งก็ได้


หลายครั้งคนเรามักจะเข้มงวดตัวเองมากเกินไป เรามักคิดว่า “ล้มเหลว = ไม่มีค่า”


แต่ถ้าเราถอยออกมามองภาพรวม แล้วคิดใหม่…ถ้าคนที่ล้มเหลวคือคนอื่น เราจะมองว่าเขาไม่มีค่าอยู่ไหม


เหมือนกับที่ Kristin Neff กล่าวไว้:

“ถ้าคุณยังคงตัดสินและวิจารณ์ตัวเองอยู่ตลอด ขณะที่พยายามใจดีต่อผู้อื่น คุณกำลังสร้างเส้นแบ่งและความแตกต่างที่ไม่จำเป็น ซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกแยกตัวและโดดเดี่ยว”

.

ความไม่เก่งคือโอกาสเรียนรู้’ 🧐

Carol Dweck นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้นำเสนอ ทฤษฎีกรอบความคิดของบุคคลซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

1. Growth Mindset (ทัศนคติเติบโต) คือมุมมองที่เชื่อว่าความฉลาด ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ ผ่านการเรียนรู้ ความพยายามและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

2.  Fixed Mindset (ทัศนคติติดกรอบ) คือ คือความเชื่อว่า ความสามารถหรือความฉลาดเป็นสิ่งที่ตายตัว เกิดมาแบบไหนก็เป็นแบบนั้น ไม่สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้มากนัก


แน่นอนว่าไม่มีกรอบความคิดไหนผิดหรือถูก ทั้งสองต่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญ คือ Growth Mindset ช่วยให้เรารู้ว่า ‘ความไม่เก่ง’ ไม่ใช่สิ่งแย่แต่เป็นสัญญาณว่า เรามีพื้นที่ให้เรียนรู้และเติบโต

  • ล้มเหลว = โอกาสเรียนรู้

  • ข้อผิดพลาด = ข้อมูลเพื่อปรับปรุงตัวเอง

  • ไม่สมบูรณ์แบบ = โอกาสเห็นความพัฒนาของตัวเอง

.

🌱สุดท้าย…ความเก่งหรือความสำเร็จ ไม่ได้กำหนดคุณค่าในตัวเรา อยู่ที่ว่า เรายังเห็นและรักตัวเองได้หรือเปล่า…แม้ในวันที่ไม่มีใครปรบมือให้เราเลย


---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก


#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #คลินิกจิตวิทยา #จิตวิทยาปรึกษา #จิตวิทยาบำบัด #ความรู้จิตวิทยา



มหาจิตนครคลินิก

🗓️ เปิดทำการทุกวันอังคาร-อาทิตย์เวลา 10.00-20.00น.

📌มีบริการจิตวิทยาปรึกษา จิตวิทยาบำบัด และ การทำแบบประเมินทางจิตวิทยา


แหล่งอ้างอิง

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2026 by Mega Horizon.co.ltd

Powered and secured by Wix

bottom of page