Imposter syndrome เกิดขึ้นได้อย่างไร? รักษาได้ไหม
- Mahajitnakhon Blog

- 31 ก.ค.
- ยาว 2 นาที

💭"ความไม่คู่ควร" ที่ซ่อนอยู่: ทำไมเราถึงไม่ยอมรับความสำเร็จ?
.
ทั้งที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ทั้งที่ได้รับคำชม ทั้งที่ได้เกรดดี ๆ
แต่ในใจกลับมีเสียงว่า
“บังเอิญแหละน่า”
“คนอื่นทำได้ดีกว่าอีก”
“โชคช่วยแน่ ๆ สมแล้วที่ไปมู(ขอพร)มา”
.
ถ้าเคยมีความคิดแบบนี้บ่อย ๆ อาจเป็นไปได้ว่าเรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า “Imposter syndrome” หรือก็คือภาวะทางจิตวิทยาที่คนหนึ่งมักจะสงสัยในตนเอง (Self-doubt) โดยที่ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือการเรียนมากแค่ไหน แต่ในใจก็ยังรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้เก่งจริง
.
🤥รู้สึกเหมือนเป็น “นักต้มตุ๋น”: คิดว่าตนเอง ‘แกล้งเก่ง’และกำลังหลอกทุกคนที่มองว่าเราเก่งอยู่ สิ่งที่ทำได้มาจากโชคหรือดวง
😕ปฏิเสธความสำเร็จ: มีแนวโน้มมองข้ามและปฏิเสธความสำเร็จของตัวเอง มองว่าใคร ๆ ก็ทำได้ หรือสำเร็จเพราะมีตัวช่วย
😖กลัวถูกจับได้: วิตกกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะมีคนค้นพบว่า ‘เราไม่ได้เก่งจริง’ และถูกเปิดโปงว่าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง
💡ภาวะนี้ถูกพูดถึงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1978 โดยนักจิตวิทยา Dr. Pauline Clance และ Dr. Suzanne Imes และปัจจุบันพบได้ในคน ทุกเพศ ทุกอาชีพ!
.
คุณคือ Imposter Syndrome ประเภทไหน?🤔
Dr Valerie Young ได้ศึกษาพบว่า แม้จะมีลักษณะหลัก ๆ ร่วมกันแต่ผู้ที่มีภาวะ Imposter Syndrome ไม่ได้เหมือนกันหมดหรืออาจจะบอกได้ว่าแต่ละคนมีกฎในใจต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท
1. The Perfectionist (นิยมความสมบูรณ์แบบ) - ผู้ที่ตั้งมาตรฐานไว้สูงลิ่วในทุกเรื่อง แม้จะทำได้ดีมาก แต่หากมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยเพียง 1% จะถือว่างานนั้นแย่ทันที
2. The Superwoman/Man (ซุปเปอร์วูแมน/แมน) - กดดันตัวเองให้ทำงานหนักกว่าคนอื่น ต้องสำเร็จในทุกมิติของชีวิต (งาน, ครอบครัว, สังคม, ฯลฯ) ถ้าทำได้ไม่ดีในบทบาทใดบทบาทหนึ่ง จะรู้สึกเป็นคนไม่เก่งจริงทันที
3. The Expert (ผู้เชี่ยวชาญ) – ยึดติดกับปริมาณความรู้ มักจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวปลอม เพราะยังเชี่ยวชาญไม่ถึงขีดสุดในสาขานั้น ๆ มีความกังวลว่าถ้ามีช่องโหว่งความรู้ คนจะมองว่าไม่ได้เก่งจริง
4. The Soloist (นักฉายเดี่ยว) - ไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร มองว่าการขอความช่วยเหลือคือสัญญาณของความไม่เก่งจริง เพราะเชื่อว่าสิ่งที่นับว่าสำเร็จต้องทำด้วยตัวเองเพียงคนเดียวเท่านั้น 5. The Natural Genius (อัจฉริยะแต่เกิด) – เชื่อว่าความสามารถที่แท้จริงต้องมาแต่เกิด หากต้องใช้เวลาหรือความพยายามมากในการเรียนรู้สิ่งใหม่จะรู้สึกเป็นคนล้มเหลว ใครคิดว่าตัวเองตรงกับประเภทไหนบ้าง? แชร์กันมาในคอมเมนต์ได้เลย💬
.
🚨ภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่คิด
จากงานวิจัยของ Salari และคณะ พบว่าความชุกโดยรวมของ Imposter Syndrome ทั่วโลกสูงถึง 62% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีแนวโน้มความสำเร็จสูง และถึงแม้จะไม่ได้เป็นโรคทางจิตเวชแต่ภาวะนี้ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้เช่นกัน
- ทำลายสุขภาพจิต: ลดความมั่นใจในตนเองและสามารถนำไปสู่การนับถือตนเองต่ำ, โรควิตกกังวล, และ โรคซึมเศร้า
- ลดประสิทธิภาพการทำงาน: ทำให้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หลีกเลี่ยงความท้าทายใหม่ ๆ เพราะกลัวถูกเปิดโปงความไม่เก่งที่คิดไปเอง
- นำไปสู่ Burnout: ภาวะนี้กระตุ้นให้มีพฤติกรรม Workaholism (บ้างาน) เพื่อพิสูจน์ตนเอง จนเกิดเป็นวงจรความเหนื่อยล้า
.
🌱เทคนิคเล็ก ๆ ก้าวผ่านการเป็น Imposter syndrome 🌱
1.รู้ทันว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น: เมื่อเริ่มมีความคิดด้านลบต่อความสำเร็จของตัวเองเข้ามา ให้จับความคิดนั้นแล้วลองสังเกตดูว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เช่น ตอนได้รับคำชม ตอนนำเสนองาน หรือตอนเริ่มโปรเจกต์ใหม่ เพื่อให้สามารถระบุตัวกระตุ้นของตัวเองได้
2.ปรับความคิด: ทบทวนความคิดนั้นที่เกิดขึ้น ลองหาหลักฐานมายืนยัน เพื่อให้ตัวเองได้เห็นภาพชัดขึ้นจากความเป็นจริงและ ยอมรับความไม่สมบูรณ์ และอนุญาตให้ตัวเองทำพลาดบ้าง
3.ปรับพฤติกรรม: ให้เครดิตตัวเองบ้าง ยอมรับความสำเร็จที่เกิดขึ้น เพราะแม้โชคจะช่วยขนาดไหนสิ่งสำคัญคือตัวเราเองที่เป็นผู้ลงมือทำ และปรับจากการมุ่งสู่ผลลัพธ์เป็นการเปิดใจดูระหว่างทาง ลองให้ค่าในความรู้สึกที่ได้พยายามและลงมือทำ
4.พูดคุยกับคนรอบข้าง: การพูดคุยกับผู้อื่นช่วยให้รู้ว่าไม่ได้เผชิญภาวะนี้คนเดียว และจำไว้ว่าการขอความช่วยเหลือในจุดที่ไม่ถนัดคือ ทักษะการจัดการอย่างหนึ่ง ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ
.
🌟จำไว้ว่า... คุณไม่ใช่ 'นักต้มตุ๋น' ที่บังเอิญมาถึงจุดนี้ อย่าลืมให้เครดิตตัวเองในทุกก้าวเล็ก ๆ ที่เดินมา เพราะทุกความพยายาม คือหลักฐานของความเก่งในแบบของคุณเอง✨
---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก
#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #คลินิกจิตวิทยา #จิตวิทยาปรึกษา #จิตวิทยาบำบัด #ความรู้จิตวิทยา #ImposterSyndrome #สงสัยในตัวเอง #เราเก่งจริงเหรอ #เก่งเพราะโชคช่วย #ให้คุณค่ากับการลงมือทำ #ความพยายามคือหลักฐานของความสำเร็จ
แหล่งอ้างอิง
Cleveland Clinic. (2025, January 9). Impostor Syndrome May Be Holding You Back. https://health.clevelandclinic.org/a-psychologist-explains-how-to-deal-with-imposter-syndrome
Cuncic, A. (2025, September 29). Is Impostor Syndrome Holding You Back From Living Your Best Life?. Verywellmind. https://www.verywellmind.com/imposter-syndrome-and-social-anxiety-disorder-4156469
Imposter syndrome institute. (n.d.). The 5 Types of Impostor Syndrome. https://impostorsyndrome.com/articles/5-types-of-impostor-syndrome/
Marter, J. (2023, May 23). 5 Types of Imposter Syndrome & How to Overcome Them. Choosingtherapy. https://www.choosingtherapy.com/imposter-syndrome-types/
Salari, N., Hashemian, S.H., Hosseinian-Far, A. Fallahi, A., Heidarian, P., Rasoulpoor, S., & Mohammadi, M. (2025). Global prevalence of imposter syndrome in health service providers: a systematic review and meta-analysis. BMC Psychol, 13, Article 517. https://doi.org/10.1186/s40359-025-02898-4






ความคิดเห็น