top of page
  • mhj_fb_png
  • mhj_ig_png
  • mhj_line_png
ค้นหา

HRจ๋า พนักงานคุณเป็นแบบไหน? | คนบ่นไม่ออก คนออกไม่บ่น

23 ก.ค.
ยาว 1 นาที


เมื่อเสียงบ่นคือสัญญาณของความหวัง และความเงียบคือจุดจบ กับวลีสุดฮิต "คนบ่นไม่ออก คนออกไม่บ่น" ในทุกองค์กร มักจะมีคนหนึ่งที่บ่นได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องอย่างนิ้วก้อยเท้าชนขอบโต๊ะ💥 จนถึงความไม่เรียบร้อยของโปรเจค กับอีกคนหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเรียบร้อย เงียบเชียบ แต่บทจะไปก็ยื่นใบลาออกแล้วหายไปในพริบตา📃 ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

ความจริงคือ "การบ่น" ไม่ใช่สัญญาณของความล้มเหลวเสมอไป แต่มันคือสัญญาณของคนที่ยังมีไฟอยู่นั่นเอง  

ทำไม "คนบ่น" ถึงยัง "ไม่ออก"? (Complaining as Engagement)

ในทางจิตวิทยา การบ่น (Complaining) คือการระบายความคับข้องใจที่มาพร้อมกับ "ความคาดหวัง" เพราะการบ่นนั้นแสดงถึง

  • ความสนใจ: การที่คนคนหนึ่งบ่น แปลว่าเขายังสนใจเรื่องที่เกิดขณะนั้น และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เขายังเชื่อว่าถ้าเขาพูดออกไป สถานการณ์อาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงได้

  • การจัดการอารมณ์: ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบ่น ก็คือการระบายอารมณ์รูปแบบหนึ่ง(แม้บางสถานการณ์อาจดูไม่เหมาะสมนัก) เสมือนเป็นวาล์วระบายความเครียดภายในที่สะสมอยู่มากมาย ช่วยลดความเครียดที่มี ทำให้กลับไปสนใจกับหน้าที่ของตนเองต่อได้  


แล้วทำไม "คนออก" ถึง "ไม่บ่น"? (The Silence of Disengagement)

เมื่อไหร่ที่คนคนหนึ่งหยุดบ่น นั่นคือสัญญาณที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังถอยห่างออกไปจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งเกิดจาก

  • ความสิ้นหวัง (Learned Helplessness): เขาเรียนรู้ว่าบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พูดไปก็เสียแรงเปล่า เขาจึงเลือกที่จะเงียบเพื่อเก็บพลังงานไว้ทำสิ่งอื่นแทน เช่น การหาที่ใหม่ที่สบายใจกว่าและมีความหวังมากกว่า เป็นต้น

  • ความรู้สึกไม่เชื่อมโยง: เมื่อเขาตัดสินใจ "ลาออกในใจ" ไปแล้ว (Quiet Quitting) เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงอะไรในที่นี่อีก ความบกพร่องขององค์กรกลายเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่ส่วนหนึ่งในชีวิตเขาอีกต่อไป

  • การจากลาที่เตรียมตัวมาอย่างดี: คนที่เงียบคือคนที่ใช้เวลาไปกับการเตรียมเรซูเม่ สัมภาษณ์งาน และวางแผนชีวิตใหม่ เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจึงแค่เดินมาบอกลาโดยไม่ต้องจำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก  


สัญญาณที่ความเงียบกำลังบอกว่า "ลาก่อน"

  • จากคนเสนอความเห็น —> คน "ยังไงก็ได้": โดยไม่ได้แสดงถึงการยอมรับ แต่ลึกๆ มันคือการแสดงให้เห็นว่าไม่ใส่ใจแล้ว

  • ลดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม: ไม่เข้ากลุ่มแชท ไม่ไปกินข้าวเที่ยง เริ่มแยกตัวออกไปทีละน้อย เพราะเขาไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมนี้แล้ว

  • ประสิทธิภาพงานคงที่แต่ไม่มีใจ: ทำงานตามหน้าที่เป๊ะๆ แต่ไม่มีการนำเสนอไอเดียใหม่หรือความกระตือรือร้นในการทำงานอีกต่อไปแล้ว  


วิธีการรับมือกับคนที่ “ออกไม่บ่น”

  • สำหรับระดับองค์กร: อย่าเพิ่งรำคาญคนบ่นและ ให้พื้นที่กับเสียงบ่นและรับฟังอย่างจริงใจ (Active Listening) เพราะในทุกการบ่นคือความใส่ใจกับปัญหา และเป็นการช่วยให้เราเห็นว่าจะจัดการกับมันอย่างไรได้บ้าง ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนจากเสียงบ่นกลายเป็นความเงียบ แล้วไปแบบไม่ทันได้เตรียมใจ สนับสนุน work-life balance ให้สมดุล ผ่านการเคารพเวลาส่วนตัวของพนักงาน และแสดงความใส่ใจต่อความสุขสบายโดยรวมของพนักงาน เพราะอย่าลืมว่า หากอยากได้งานที่มีคุณภาพ พนักงานก็จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีก่อน และจดจำสัญญาณเตือน อย่างการมีส่วนร่วมที่ลดลง เพื่อป้องกันให้ได้ทันท่วงที

  • สำหรับตัวเราเอง: หากเราเริ่มเงียบและไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว ลองสำรวจใจตัวเองดูว่า เรากำลังหมดไฟ (Burnout) หรือเราได้ตัดสินใจจากไปนานแล้วโดยไม่รู้ตัว? อาจสำรวจคุณค่าที่เราให้ความสำคัญ และตั้งคำถามว่างานนี้ ตอบโจทย์คุณค่าของเรามากแค่ไหน หากมันไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปแล้ว การเดินออกจากสิ่งเดิม เพื่อตามหาสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์กว่า ก็ดูเป็นการตัดสินใจที่ดีนะ😊   สุดท้ายนี้ คนบ่นไม่ออก คนออกไม่บ่น ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่การทำงาน แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับเรื่องความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ หลังจบบทความนี้ ขอชวนคุณให้สำรวจใจตนเอง หรือคนรอบข้าง ว่ากำลังเป็นคนบ่นไม่ออกหรือออกไม่บ่นอยู่ เพื่อให้สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ก่อนที่ตัวเราหรือคนเหล่านั้นจะเดินไปถึงจุดที่หมดหวัง หมดใจ และจากไปในที่สุด


#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #จิตวิทยาองค์กร #พนักงานลาออก #บ่นเรื่องงาน #HR



แหล่งอ้างอิง

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2026 by Mega Horizon.co.ltd

Powered and secured by Wix

bottom of page