top of page
  • mhj_fb_png
  • mhj_ig_png
  • mhj_line_png
ค้นหา

Journaling มีประโยชน์อย่างไร

24 ก.ค.
ยาว 2 นาที

Benefits of Journaling การเขียนไดอารี่มีประโยชน์อย่างไร

การเขียนบันทึกไม่ใช่แค่การจดจำเหตุการณ์ในแต่ละวัน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าใจความคิด อารมณ์ และประสบการณ์ของตัวเองได้ลึกขึ้น

งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าการเขียนไดอารี่สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิต การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตในหลายมิติ

หนึ่งในประโยชน์ที่ชัดเจนคือการลดความเครียดและความกังวล การจดบันทึกอารมณ์ช่วยให้เราโฟกัสกับประสบการณ์เชิงบวกในแต่ละวัน ส่งผลให้อาการวิตกกังวลลดลง (Smyth et al., 2018)


นอกจากนี้ การศึกษาในกลุ่มพยาบาลพบว่าการเขียนบันทึกช่วยลดภาวะหมดไฟ เพราะทำให้ความรู้สึกที่คลุมเครือถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม และช่วยให้วางแผนรับมือได้ดีขึ้น (Dimitroff et al., 2017) การเขียนยังช่วยให้เรามองสถานการณ์ได้กว้างขึ้น งานวิจัยของ Park และคณะ (2016) พบว่าการเขียนเชิงสะท้อนช่วยให้เราถอยออกจากสถานการณ์ เห็นภาพรวมในมุมของผู้สังเกตการณ์ ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของปฏิกิริยาทางอารมณ์และร่างกาย


ในด้านการเรียนรู้ การเขียนบันทึกช่วยกระตุ้นการคิดเชิงลึก ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงเนื้อหา อารมณ์ และแผนในอนาคตเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังใช้เป็นแหล่งทบทวนย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Dinç et al., 2023)


นอกจากนี้ การเขียนก่อนนอนยังส่งผลต่อคุณภาพการนอน โดยการเขียนสิ่งที่กังวลหรือรายการสิ่งที่ต้องทำช่วยให้สมองปล่อยวางความคิดค้างคา ทำให้นอนหลับได้เร็วขึ้น (Scullin et al., 2018)


ตัวอย่างหนึ่งของการนำ journaling ไปใช้คือ 3-Minutes Mental Makeover (3MM) (Thoele et al., 2019) ซึ่งเป็นแบบฝึกหัดการเขียนที่พัฒนาขึ้นในบริบทการบำบัด ประกอบด้วยการเขียน 3 สิ่งที่รู้สึกขอบคุณ การสรุปชีวิตใน 6 คำ และการเขียนความปรารถนา 3 อย่าง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วย ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์มีระดับความเครียดลดลง และ 88% ของผู้เข้าร่วมระบุว่าการเขียนบันทึกเป็นประโยชน์


สรุปง่ายๆ: การเขียนไดอารี่เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังกว่าที่เราคิด เพราะการไดอารี่ช่วยให้เราจัดการอารมณ์ มองเห็นตัวเองชัดขึ้น เรียนรู้ได้ลึกขึ้น และดูแลคุณภาพชีวิตในภาพรวม การเริ่มต้นอาจไม่ต้องซับซ้อน เพียงเขียนอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อสุขภาวะทางใจในระยะยาวได้



แหล่งอ้างอิง

  • Dinç, E., Scalzi Wherley, M., & Sankey, H. (2023). Student perception of journaling as an assessment for an engagement experience. Volume 47(3). https://doi.org/10.1177/10538259231203671

  • Dimitroff, L. J., Sliwoski, L., O’Brien, S., & Nichols, L. W. (2017). Change your life through journaling—The benefits of journaling for registered nurses. Journal of Nursing Education and Practice, 7(2). https://doi.org/10.5430/jnep.v7n2p90

  • Park, J., Ayduk, Ö., & Kross, E. (2016). Stepping back to move forward: Expressive writing promotes self-distancing. Emotion, 16(3), 349–364. https://doi.org/10.1037/emo0000121

  • Scullin, M. K., Krueger, M. L., Ballard, H. K., Pruett, N., & Bliwise, D. L. (2018). The effects of bedtime writing on difficulty falling asleep: A polysomnographic study comparing to-do lists and completed activity lists. Journal of Experimental Psychology: General, 147(1), 139–146. https://doi.org/10.1037/xge0000374

  • Smyth, J. M., Johnson, J. A., Auer, B. J., Lehman, E., Talamo, G., & Sciamanna, C. N. (2018). Online positive affect journaling in the improvement of mental distress and well-being in general medical patients with elevated anxiety symptoms: A preliminary randomized controlled trial. JMIR Mental Health, 5(4), e11290. https://doi.org/10.2196/11290

  • Thoele, D. G., Gunalp, C., Baran, D., Harris, J., Moss, D., Donovan, R., Li, Y., & Getz, M. A. (2019). Health care practitioners and families writing together: The three-minute mental makeover. The Permanente Journal, 24, 19.056. https://doi.org/10.7812/TPP/19.056

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2026 by Mega Horizon.co.ltd

Powered and secured by Wix

bottom of page