Inner child ส่งผลต่อชีวิตผู้ใหญ่อย่างไร?

Inner child ส่งผลต่อชีวิตผู้ใหญ่อย่างไร?
.
ช่วงนี้หลายคนคงเห็นคอนเทนต์ใน Tiktok "แพ้เสียงในหัว" ที่พูดถึงเสียงในหัวหรือความคิดแปลก ๆ ที่ผุดขึ้นมาไม่ทันตั้งตัวและสุดท้ายบางคนก็ “ทำตาม” เสียงนั้นไปจริง ๆ สำหรับบางคน… “เสียงในหัว” อาจมาในรูปแบบความวิตกกังวล ความคิดแง่ลบที่แทรกขึ้นมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนจนทำให้เราไม่กล้าทำสิ่งนั้น
.
บางทีเสียงเหล่านั้นที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ "เราในปัจจุบัน" ที่กำลังพูด แต่มันคือ เสียงจาก “เด็กน้อยในตัวเรา” ที่ยังติดอยู่กับความเจ็บปวดที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา หรือเรียกได้ว่า “Inner Child”
.
👀แล้ว Inner Child คืออะไร?
Inner child เป็นแนวคิดทางจิตวิทยาที่มองว่าเราทุกคนมี “เจ้าเด็กน้อย” ซ่อนอยู่ในตัว มีพลังอยู่ใต้จิตสำนึกที่อาจไม่เคยได้รับการมองเห็น เขาคอยกักเก็บความทรงจำ อารมณ์ และประสบการณ์ผ่านทุกช่วงวัย กลายเป็นวัตถุดิบที่ "มีส่วนในการดำเนินชีวิต" ของเรา เพราะ “เจ้าเด็กน้อย” ส่งผลต่อการมองเห็นตัวเอง และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ยิ่งไม่รับรู้การมีอยู่ของเขา ยิ่งมีการละเลย ไม่ใส่ใจเด็กคนนี้ ยิ่งส่งผลต่อชีวิตผู้ใหญ่ที่ไม่มั่นคง
.
อะไรบ้างที่ส่งผลต่อ “เจ้าเด็กน้อย” ?
ชีวิตคนเราเหมือนถนนสายหนึ่งที่สองข้างทางเต็มไปด้วยเรื่องราว ผู้คน และการเปลี่ยนแปลง มีจุดแวะพัก มีทางแยก หรือมีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว…"เจ้าเด็กน้อย" ในตัวเรา คอยซึมซับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
.
📍ปัจจัยที่หล่อหลอม “เจ้าเด็กน้อย” มีหลายอย่าง เช่น
การเลี้ยงดูและความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู
สภาพแวดล้อม ค่านิยม วัฒนธรรม
ประสบการณ์ทั้งที่ดีหรือเป็นบาดแผลทางจิตใจ
.
เมื่อเราทุกคนต่างมีอดีตที่เด็กน้อยคนนั้นเคยเผชิญ “เจ้าเด็กน้อย” มักจะจดจำได้ทั้งช่วงเวลาที่อบอุ่น ได้รับความรัก การถูกดูแลเอาใจใส่ และช่วงเวลาที่มีความกลัว การถูกตำหนิ การถูกทอดทิ้ง และการสูญเสีย ประสบการณ์เหล่านี้ บางครั้งอาจนำไปสู่การเติบโตที่มั่นคง ปลอดภัยหรือบางครั้งอาจกลายเป็นบาดแผลทางใจที่ไม่ได้รับการเยียวยา
“ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความเอาใจใส่จากครอบครัว ทำให้เป็นคนที่มั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง”
“ในวัยเด็กมักจะถูกต่อว่าด้วยความผิดเล็กน้อย โตมาจึงกังวลในการทำสิ่งต่าง ๆ ไม่กล้าเสี่ยง ไม่มั่นใจในตนเอง”
“เจ้าเด็กน้อย" ไม่ได้หยุดเติบโตแค่ตอนวัยเด็กเสมอไป เด็กในตัวเราถือเป็นรูปแบบหนึ่งของบุคลิกภาพที่เติบโตและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
ตัวเราในอายุ 30 ที่เจอเรื่องราวบาดแผลในใจ ส่งผลจนถึงตัวเราในวัยที่โตกว่าก็ได้ งานวิจัยในผู้สูงอายุยังพบว่า ประสบการณ์ในวัยเด็ก ทั้งดีและร้าย ยังคงส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดในปัจจุบัน “เจ้าเด็กน้อย” ยังอยู่ในรูปแบบของความรัก ความปลอดภัย ความหวัง หรือแม้แต่ความกลัว และสิ่งเหล่านี้ก็ยังมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและการปรับตัวของเราเสมอ
.
🙋♂️แล้วตอนไหนบ้างที่เด็กน้อยคนนั้นออกมาสู่โลกภายนอก
Cappacchione กล่าวไว้ว่า หนึ่งในการแสดงออกของ “เจ้าเด็กน้อย” คือ "ตัวตนอารมณ์" (emotional self) เมื่อรู้สึกสุข เศร้า โกรธ กลัว หรือมีความรัก นั่นคือ เด็กในตัวคุณ (Child Within) กำลังเผยตัวออกมา เราอาจพบว่าเหตุการณ์ที่คล้ายกันในชีวิตผู้ใหญ่ มักกระตุ้นให้คุณตอบสนองด้วยอารมณ์หรือพฤติกรรมแบบเดิมอีกครั้ง
.
เราอาจสูญเสียการเชื่อมโยงกับ“เจ้าเด็กน้อย” ไปในระหว่างการเติบโต หลายครั้งคนเราไม่เข้าใจในตนเอง “ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้” “เราทำอะไรลงไป” “ทำไมถึงกังวลกับเรื่องแค่นี้จัง” นั้นอาจจะเป็นเพราะว่าเด็กน้อยในตัวเราทำให้เกิดความคิด การกระทำขึ้นตามสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในอดีตทั้ง ๆ ที่เราอาจจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้น การที่เราสามารถรับรู้และเข้าใจ “เจ้าเด็กน้อย” ที่อยู่ภายในได้ เราจะเข้าใจตนเองและเรียนรู้ที่จะแสดงออกได้ตามที่ต้องการ (self-awareness)
.
🚨สัญญาณที่บ่งบอกว่า “เจ้าเด็กน้อยกำลังเจ็บปวด”
เช่น
- วิตกกังวลตลอดเวลาแม้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ
- กลัวความผิดพลาดทั้ง ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้น
- ยอมรับความล้มเหลวไม่ได้ ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ
- แสดงออกทางอารมณ์อย่างควบคุมไม่ได้ โกรธแรง เสียใจแรง
.
แล้วจะเริ่มเข้าใจเจ้าเด็กน้อยได้ยังไงกันนะ ? 🌱
มาเยียวยาเด็กน้อยในตัวเรากันเถอะ ผ่าน “Inner child healing” ทำความเข้าใจและเผชิญหน้ากับสิ่งที่ติดอยู่ในใจด้วยตัวเราในเวอร์ชั่นปัจจุบัน ที่เข้มแข็งต่อการจัดการสิ่งต่างๆได้ดีกว่าตัวเราในตอนนั้น
เริ่มทักทาย ทำความรู้จักและสนิทสนมกับเจ้าเด็กน้อย
- เพื่อแสดงให้เด็กน้อยคนนั้นเห็นว่ามีคนที่พร้อมจะเข้าใจและเปิดใจรับฟังความต้องการของเขาแล้วนะด้วยการตระหนักและยอมรับเหตุการณ์ในอดีต
รับฟังและเรียนรู้ความต้องการ ความคาดหวัง ความเจ็บปวด ความฝัน
- เพื่อที่จะได้ดูแล คลี่คลาย "แรงต้าน" และความรู้สึก "ติดค้าง" ที่มีอยู่ ด้วยการรับฟังความรู้สึกและติดตามกลับไปยังเหตุการณ์นั้น ๆ ได้
.
.
[✨มาลองเริ่มจากเทคนิคเล็ก ๆ ที่ทุกคนสามารถลองทำไปได้พร้อมกันเลย ]
การเขียนจดหมายถึงตัวเองในวัยเด็ก 💌
เราอาจเขียนถึงความทรงจำในวัยเด็ก ใช้มุมมองของตัวเราในวันนี้ เพื่อให้ความเข้าใจ หรืออธิบายสถานการณ์ในอดีต ที่ครั้งหนึ่งดูยากเกินกว่าจะเข้าใจ อาจเริ่มจากถามคำถามง่าย ๆ เช่น:
“หนูรู้สึกอย่างไรตอนนี้?”
“พี่/แม่/ตัวฉันในวันนี้…จะช่วยอะไรหนูได้บ้าง?”
“ตอนนี้…หนูต้องการอะไรจากฉัน?”
ลองเปิดพื้นที่เล็ก ๆ ให้เขาได้ “พูด” และให้ตัวคุณในวันนี้ได้ “ฟัง”
____
ใช้ "สมาธิ" เป็นเครื่องมือเยียวยาเจ้าเด็กน้อยในใจ 🧘
ทำสมาธิ อยู่ในความเงียบกับตัวเราเอง นั่งอยู่กับความรู้สึกของตนเองที่เกิดขึ้น และลองถามตนเองถึงเหตุการณ์ที่เกิดร่วมถึงย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่สร้างความรู้สึกแบบเดียวกัน ถามคำถามที่เจ้าเด็กน้อยในตัวเอง อย่างเช่น
“หนูรู้สึกยังไง?”
“หนูอยากให้ฉันช่วยอะไร?”
เราจะเริ่มสังเกตเห็นว่า เหตุการณ์บางอย่างกระตุ้น “อารมณ์” อย่างไร ลองเรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์นั้น เพราะบางครั้ง “เจ้าเด็กคนนั้น” ไม่รู้วิธีการที่จะจัดการกับมันจึงเลือกที่เก็บและปกปิดความรู้สึกที่เกิดขึ้นเอาไว้
____
กลับไปหาความสุขในวัยเด็ก 🤪
ผู้ใหญ่หลายคนยังชอบของเล่น การ์ตูน หรือขนม การเรียกร้องภายในใจเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่เยียวยา “เจ้าเด็กน้อย” ได้นะ เพราะบางทีเมื่อโตขึ้น ถึงมีโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่ต้องการ การกลับมาเชื่อมโยงกับ “ด้านที่ขี้เล่น” และ “การมีช่วงเวลาที่สนุกสนาน” เป็นการให้เวลาตัวเองได้ “ผ่อนคลายและมีความสุข” อย่างสม่ำเสมอ ค่อย ๆ ฟื้นฟูหัวใจเด็กน้อยในให้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง
____
พูดคุยกับนักบำบัดหรือนักจิตวิทยา 😌
คือการเปิดพื้นที่ปลอดภัย ให้คุณได้เริ่มสำรวจความรู้สึกเหล่านั้น และค่อย ๆ เรียนรู้วิธีเยียวยา “เจ้าเด็กน้อยในใจ” อย่างเข้าอกเข้าใจ โดยเฉพาะเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ (trauma) ที่อาจสร้างความสับสน หรือส่งผลต่อชีวิตประจำวันโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะบางบาดแผลในอดีต...ไม่ควรต้องรักษาเพียงลำพัง
เจ้าเด็กน้อยในตัวเรา ไม่เคยหายไปไหน เขาเพียงรอให้เรา “กลับมาเห็น” และ “รับฟัง” เมื่อเราเข้าใจเขา เราจะเริ่มเข้าใจตัวเองในวันนี้มากขึ้นด้วย .
---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก
#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #คลินิกจิตวิทยา #จิตวิทยาปรึกษา #จิตวิทยาบำบัด #ความรู้จิตวิทยา #ปลุกเด็กน้อยในตัวเรา #ประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผลต่อวัยผู้ใหญ่
แหล่งอ้างอิง







ความคิดเห็น