ทำไมเราต้องการการยอมรับจากคนอื่น (Validation)

บางครั้งสิ่งที่เราทำ...อาจไม่ได้เกิดจาก “ความมั่นใจ” แต่เป็นเพราะอยากได้รับ ‘validation’ จากคนอื่น
Validation ในทางจิตวิทยา คือ การยอมรับและเห็นคุณค่าความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์ของอีกฝ่ายแม้อาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
ทว่า ในชีวิตจริง…แค่ “รู้สึกว่าอีกฝ่ายยอมรับ” เราก็อาจจะคิดว่าดีแล้ว จนลืมตั้งคำถามว่า…มันคือการยอมรับจริง ๆ หรือเปล่า และหากเรายึดติดกับ ‘การถูกยอมรับ’ มากเกินไป จากที่ ‘เป็นตัวของตัวเองที่ถูกยอมรับ’ อาจกลายเป็น ‘คนที่ทำเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ’
.
เรากำลังเป็นแบบนี้รึเปล่า?
📞โทรหาเพื่อนเพื่อเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังเพราะอยากรู้ว่าเพื่อนเห็นด้วยกับเราไหม
🤳โพสต์รูปลงโซเชียลมีเดีย แล้วรีเฟรชอยู่นั่นเพราะอยากรู้ว่ามีใครมา Like หรือ Comment หรือยัง
❣️ต้องการได้ยินประโยคบอกรักซ้ำ ๆ จากคนรัก เพื่อที่จะยืนยันว่าเขารักเรา
🫡มักจะเห็นด้วยหรือทำตามคนอื่นมากกว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการ พฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณที่เตือนว่า เรากำลังต้องการให้ใครสักคนมายืนยันว่า ‘เราดีพอ’
.
‘Validation seeking’ หรือ การแสวงหาการยอมรับจากคนอื่น คือ แนวโน้มของคนที่พยายามหาการยอมรับ หรือคำชมจากคนอื่นเพื่อรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หรือมีความสามารถ
.
👥เพราะมนุษย์เป็น “สัตว์สังคม”👥
Maslow ได้นำเสนอทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 5 ขั้น โดยมองว่า มนุษย์ทุกคนมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ (Self-actualized) เพื่อที่จะเป็นตัวของตนเองอย่างเต็มที่และสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องได้
.
ในขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Love and belongingness)
มนุษย์ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ได้รับความรักและ ‘การยอมรับ’ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เมื่อเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมจะทำให้เรารู้สึกถูกเติมเต็ม เห็นคุณค่าในตัวเอง มี healthy-relationship
.
ในทางกลับกัน ถ้าได้รับการตอบสนองอย่างไม่เหมาะสมหรือพึ่งพิงความต้องการนี้มากเกินไป ส่งผลให้เราจะพยายามทุกอย่างเพื่อถูกยอมรับจากคนอื่นโดยลืมตนเอง เราอาจ…
- สูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าตัดสินใจ
- ขาดความเป็นตัวของตัวเอง มองว่าตัวเราไม่มีคุณค่า
- เศร้า เครียด วิตกกังวลจากความกดดันว่าต้องดีในสายตาผู้อื่น
- อึดอัดในความสัมพันธ์ เพราะต้องพยายามตลอดเวลาจนขาดความจริงใจ
.
เปิดใจรับฟัง…หรือ…แค่ไม่มั่นใจในตัวเองกันแน่นะ?🧐
หลายคนบอกว่าที่ไม่ตัดสินใจ เพราะอยากฟังความเห็นคนอื่นก่อน แต่บางทีเราต้องมาดูกันจริง ๆ ว่า เราให้ความเห็นของคนอื่นเป็น ‘ข้อมูลเพิ่มเติม’ หรือเรากำลังให้ ‘ใครสักคนมาตัดสินใจแทนเรา’ . แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร?
.
👀ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า validation หรือ การยอมรับ มี 2 แบบ คือ
Internal validation เป็นการยอมรับความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในตนเองไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ไหนก็ตาม สามารถเข้าใจและจัดการอารมณ์ได้เหมาะสม ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาการยืนยันจากคนอื่นตลอดเวลา รับรู้ถึงคุณค่าของตัวเราเองได้ และ ‘มั่นคงในตัวเอง’
External validation การได้รับการยืนยันจากผู้อื่น เพื่อที่เราจะสามารถมั่นใจได้ว่ามีคุณค่ามากพอ ในข้อดี คือ การได้รับอย่างพอดีช่วยสะท้อนตัวตนเราที่คนอื่นมองเห็นและเสริมความมั่นใจได้ แต่ในทางกลับกัน เราอาจตกหลุม ยึดติดและพึ่งพาคำของคนอื่นมากเกินไป จนไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองได้
.
ดังนั้น ลองหยุดคิดสักนิดว่า 'สิ่งที่เราต้องการจากภายใน คืออะไร และเราได้ฟังเสียงของตัวเองหรือยัง?’
เพราะสุดท้าย คนที่จะอยู่กับผลของการตัดสินใจ…คือเราเอง
.
✨เรียนรู้ที่จะสร้างสมดุลระหว่าง ‘Internal validation’ และ ‘External validation’ ✨
🌱เริ่มจากการ ‘ยอมรับตัวเอง’ (Self-acceptance)
เพื่อพัฒนา Internal validation ให้เกิดขึ้นอย่างแข็งแรง ด้วยเทคนิคต่อไปนี้
.
1.ให้โอกาสตัวเองในการผิดพลาด 🌻
ไม่มีใครที่จะทำทุกอย่างถูกต้องเสมอไป และทุกความผิดพลาดไม่ใช่ ‘ความล้มเหลว’ Cornish นักจิตวิทยาได้นำเสนอ 4 องค์ประกอบที่ช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านข้อผิดพลาดไปได้ คือ Responsibility (การรับผิดชอบ) Remorse (ความสำนึกผิด) Restoration (การเยียวยา) Renewal (การเริ่มต้นใหม่) เมื่อเกิดข้อผิดพลาดแล้ว เราต้องยอมรับว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ให้เวลาตัวเองในการเปิดใจและรับรู้ความรู้สึกที่เกิด จากนั้นลองคิดว่าได้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น ทำอะไรต่อไปได้บ้าง สุดท้ายให้โอกาสตัวเองในการเปลี่ยนแปลงเพื่อเติบโตต่อไป
.
2.เรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง👁️
การที่เราสามารถสังเกตและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในโดยไม่ตัดสิน เมื่อเราเข้าใจตนเอง เราจะรู้ว่าต้องการอะไร อยากทำแบบไหน เพราะเรามี “เข็มทิศจากข้างใน” ที่พาไปในทิศทางที่ใช่สำหรับตัวเราเอง
การทำสมาธิ เช่น หายใจเป็นจังหวะ 4-7-8 เมื่อใจสงบขึ้น ลองสำรวจตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นภายในจิตใจ เรื่องไหนที่ติดค้างและรู้สึกอย่างไร ให้เวลาตัวเองได้อยู่กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วทำความเข้าใจเสียงจากภายในตนเอง
เขียน Diary บันทึกว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น คิดหรือรู้สึกอย่างไร การเขียนช่วยให้เราได้ทบทวนเหตุการณ์นั้นและมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้น เมื่อเรากลับมาอ่านอีกครั้งอาจทำให้เห็นรูปแบบหรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ไม่เคยมองมาก่อน
.
3.ฝึกอิสรภาพในแบบของตนเอง💨
การที่เราได้ "เลือก" ด้วยตนเอง…อาจเป็นสิ่งที่ ‘เติมเต็ม’ ตัวเราได้จริง ๆ จากทฤษฎี Self-Determination หรือการกำหนดตนเอง กล่าวถึง ความต้องการทางจิตใจพื้นฐาน 3 อย่าง ได้แก่ ความสามารถ (competence) ความสัมพันธ์ (relatedness) และ การมีอิสระ (autonomy) เริ่มให้อิสระตนเองอย่างไรได้บ้าง?
ให้เวลาตัวเองกับกิจกรรมง่าย ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากคำว่า “ต้องทำ” หรือ “ต้องสำเร็จ” เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ
ลองตัดสินใจเอง ในเรื่องที่เคยพึ่งพาผู้อื่น เช่น ซื้อของเข้าบ้าน เลือกเสื้อผ้า ลองคิดว่าเราต้องการอะไร ที่ไหน ตอนไหน กับใคร แล้วลงมือทำสิ่งนั้น โดยไม่ลืมว่า ‘นี่คือการเลือกของเรา’ และเราก็พร้อมจะรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา
.
4.ชื่นชมตัวเองบ้าง🌟
หลายคนมองเห็นแต่ส่วนที่ไม่พอใจของตัวเอง เหมือนเมฆสีเทาที่รวมกันจนใหญ่ปกคลุมไปทั้งร่างกาย ทั้ง ๆ ที่หากเราลองเปิดใจรับสิ่งที่ทำได้ดีแม้จะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน เราอาจจะพบว่าตัวเราต่างมีทั้งเมฆสีฟ้าและสีเทาผสมกัน หรือบางทีเมฆสีฟ้าอาจใหญ่กว่าที่เราคิดก็ได้
- ลองจดบันทึกความสำเร็จของเราไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม
- ลองมองตัวเองในกระจกแล้วชมตัวเองอย่างจริงใจเหมือนที่เราเคยชมคนอื่น การชมไม่ใช่แค่การ พูดปลอบใจ แต่พูดมาจาก “ความเข้าใจ เชื่อมั่น และชื่นชมอย่างจริงใจ”
= = = = = =
🌱ฝึกฝนที่จะได้รับการยอมรับจากคนอื่นอย่างเหมาะสม
กำหนดขอบเขตที่จะอยู่ร่วมกับ External validation ได้โดยไม่หลงลืมตัวเอง
1.กล้าที่จะบอกความต้องการอย่างเหมาะสม🤩
การสื่อสารเพื่อบอกในสิ่งที่ต้องการ นอกจากจะทำให้เรามีโอกาสที่จะได้สิ่งนั้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้อีกฝ่ายเคารพในและเข้าใจขอบเขตของเรามากขึ้น หรือบางครั้งการบอกความต้องการก็ช่วยยืนยันในสิ่งที่เราไม่มั่นใจได้ เช่น
-บอกความกังวลในการทำงานกับเจ้านาย -> เจ้านายให้คำแนะนำได้ถูกจุด หรือให้ความช่วยเหลือเราได้
-ปฏิเสธที่จะไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะเหนื่อย -> เพื่อนเข้าใจขอบเขตของเราและอาจให้กำลังใจเรา
.
2.เลือกฟังคำแนะนำ👂
เสียงจากคนรอบข้างมักวนเวียนเข้ามาหาเราเสมอ บางครั้งเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ บางครั้งเป็นคำแนะนำ ซึ่งเรามีหน้าที่ในการ ‘เลือก’ รับฟังในสิ่งที่เรามองว่าเป็นประโยชน์ จากคนที่ข้าใจเราอย่างแท้จริง เพราะหากเรารับทุกอย่างและพยายามแก้ไขทุกครั้ง มันอาจจะไม่มีจุดที่เพียงพอเลยก็ได้ .
3.รับรู้ขีดจำกัดของตัวเรา🤔
ทุกคนมี ‘ลักษณะเฉพาะตัว’ ที่ต่างกันไป เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำได้ทุกอย่างหรือปรับตัวเพื่อทุกคน
การตระหนักรู้ถึงขอบเขตที่มี ทำให้เราสามารถเลือกในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองได้ และเป็นเหมือนเครื่องมือวัดให้เหตุผลกับตัวเราในการ ‘หยุด’ ‘ทำต่อ’ หรือ ‘ขอความช่วยเหลือ’ 🍃เมื่อสมดุลเกิดขึ้น จะทำให้เรามีความมั่นคงในตนเอง เติมเต็มตัวตน…และสร้างสัมพันธภาพที่ดีได้🍃
---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก
#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #คลินิกจิตวิทยา #จิตวิทยาปรึกษา #จิตวิทยาบำบัด #ความรู้จิตวิทยา #Validation #ValidationSeeking #อยากให้คนอื่นยอมรับ #สูญเสียตัวตน #การเข้าสังคม
แหล่งอ้างอิง
Zimbardo. (n.d.). Validation: Psychology Definition, History & Examples. https://www.zimbardo.com/validation-psychology-definition-history-examples/
Impossible. (2024, January 19). Common Signs Of Validation-seeking Behaviour in Relationships. https://perma.cc/Z6VV-M3E6
SimplyPsychology. (2025, August 3). Maslow’s Hierarchy of Needs*https://www.simplypsychology.org/maslow.html?ez_vid=2cae626a2fe896279da43d587baa3eb663083817
NeuroLaunch. (2024, September 14). Need for Validation Psychology. https://neurolaunch.com/need-for-validation-psychology/
Cornish, M. A. & Wade, N. G. (2015, January 2). A Therapeutic Model of Self-Forgiveness with Intervention Strategies for Counselors. https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/j.1556-6676.2015.00185.x







ความคิดเห็น