top of page
  • mhj_fb_png
  • mhj_ig_png
  • mhj_line_png
ค้นหา

ทำไมเราต้องการการยอมรับจากคนอื่น (Validation)

30 ก.ค.
ยาว 2 นาที

บางครั้งสิ่งที่เราทำ...อาจไม่ได้เกิดจาก “ความมั่นใจ” แต่เป็นเพราะอยากได้รับ ‘validation’ จากคนอื่น

Validation ในทางจิตวิทยา คือ การยอมรับและเห็นคุณค่าความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์ของอีกฝ่ายแม้อาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ทว่า ในชีวิตจริง…แค่ “รู้สึกว่าอีกฝ่ายยอมรับ” เราก็อาจจะคิดว่าดีแล้ว จนลืมตั้งคำถามว่า…มันคือการยอมรับจริง ๆ หรือเปล่า และหากเรายึดติดกับ ‘การถูกยอมรับ’ มากเกินไป จากที่ ‘เป็นตัวของตัวเองที่ถูกยอมรับ’ อาจกลายเป็น ‘คนที่ทำเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ’

.

เรากำลังเป็นแบบนี้รึเปล่า?

📞โทรหาเพื่อนเพื่อเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังเพราะอยากรู้ว่าเพื่อนเห็นด้วยกับเราไหม            

🤳โพสต์รูปลงโซเชียลมีเดีย แล้วรีเฟรชอยู่นั่นเพราะอยากรู้ว่ามีใครมา Like หรือ Comment หรือยัง

❣️ต้องการได้ยินประโยคบอกรักซ้ำ ๆ จากคนรัก เพื่อที่จะยืนยันว่าเขารักเรา

🫡มักจะเห็นด้วยหรือทำตามคนอื่นมากกว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการ พฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณที่เตือนว่า เรากำลังต้องการให้ใครสักคนมายืนยันว่า ‘เราดีพอ’

.

‘Validation seeking’ หรือ การแสวงหาการยอมรับจากคนอื่น คือ แนวโน้มของคนที่พยายามหาการยอมรับ หรือคำชมจากคนอื่นเพื่อรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หรือมีความสามารถ

.

👥เพราะมนุษย์เป็น “สัตว์สังคม”👥

Maslow ได้นำเสนอทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 5 ขั้น โดยมองว่า มนุษย์ทุกคนมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ (Self-actualized) เพื่อที่จะเป็นตัวของตนเองอย่างเต็มที่และสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องได้

.

ในขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Love and belongingness) 

มนุษย์ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ได้รับความรักและ ‘การยอมรับ’ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เมื่อเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมจะทำให้เรารู้สึกถูกเติมเต็ม เห็นคุณค่าในตัวเอง มี healthy-relationship

.

ในทางกลับกัน ถ้าได้รับการตอบสนองอย่างไม่เหมาะสมหรือพึ่งพิงความต้องการนี้มากเกินไป ส่งผลให้เราจะพยายามทุกอย่างเพื่อถูกยอมรับจากคนอื่นโดยลืมตนเอง เราอาจ…

- สูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าตัดสินใจ

- ขาดความเป็นตัวของตัวเอง มองว่าตัวเราไม่มีคุณค่า

- เศร้า เครียด วิตกกังวลจากความกดดันว่าต้องดีในสายตาผู้อื่น

- อึดอัดในความสัมพันธ์ เพราะต้องพยายามตลอดเวลาจนขาดความจริงใจ

.

เปิดใจรับฟัง…หรือ…แค่ไม่มั่นใจในตัวเองกันแน่นะ?🧐

หลายคนบอกว่าที่ไม่ตัดสินใจ เพราะอยากฟังความเห็นคนอื่นก่อน แต่บางทีเราต้องมาดูกันจริง ๆ ว่า เราให้ความเห็นของคนอื่นเป็น ‘ข้อมูลเพิ่มเติม’ หรือเรากำลังให้ ‘ใครสักคนมาตัดสินใจแทนเรา’ . แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร?

.

👀ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า validation หรือ การยอมรับ มี 2 แบบ คือ

  1. Internal validation เป็นการยอมรับความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในตนเองไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ไหนก็ตาม สามารถเข้าใจและจัดการอารมณ์ได้เหมาะสม ทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาการยืนยันจากคนอื่นตลอดเวลา รับรู้ถึงคุณค่าของตัวเราเองได้ และ ‘มั่นคงในตัวเอง’

  2. External validation การได้รับการยืนยันจากผู้อื่น เพื่อที่เราจะสามารถมั่นใจได้ว่ามีคุณค่ามากพอ ในข้อดี คือ การได้รับอย่างพอดีช่วยสะท้อนตัวตนเราที่คนอื่นมองเห็นและเสริมความมั่นใจได้ แต่ในทางกลับกัน เราอาจตกหลุม ยึดติดและพึ่งพาคำของคนอื่นมากเกินไป จนไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองได้

.

ดังนั้น ลองหยุดคิดสักนิดว่า 'สิ่งที่เราต้องการจากภายใน คืออะไร และเราได้ฟังเสียงของตัวเองหรือยัง?’

เพราะสุดท้าย คนที่จะอยู่กับผลของการตัดสินใจ…คือเราเอง

.

✨เรียนรู้ที่จะสร้างสมดุลระหว่าง ‘Internal validation’ และ ‘External validation’ ✨

🌱เริ่มจากการ ‘ยอมรับตัวเอง’ (Self-acceptance)

เพื่อพัฒนา Internal validation ให้เกิดขึ้นอย่างแข็งแรง ด้วยเทคนิคต่อไปนี้

.

1.ให้โอกาสตัวเองในการผิดพลาด 🌻

ไม่มีใครที่จะทำทุกอย่างถูกต้องเสมอไป และทุกความผิดพลาดไม่ใช่ ‘ความล้มเหลว’ Cornish นักจิตวิทยาได้นำเสนอ 4 องค์ประกอบที่ช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านข้อผิดพลาดไปได้ คือ Responsibility (การรับผิดชอบ) Remorse (ความสำนึกผิด) Restoration (การเยียวยา) Renewal (การเริ่มต้นใหม่)             เมื่อเกิดข้อผิดพลาดแล้ว เราต้องยอมรับว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ให้เวลาตัวเองในการเปิดใจและรับรู้ความรู้สึกที่เกิด จากนั้นลองคิดว่าได้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น ทำอะไรต่อไปได้บ้าง สุดท้ายให้โอกาสตัวเองในการเปลี่ยนแปลงเพื่อเติบโตต่อไป

.

2.เรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง👁️

การที่เราสามารถสังเกตและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในโดยไม่ตัดสิน เมื่อเราเข้าใจตนเอง เราจะรู้ว่าต้องการอะไร อยากทำแบบไหน เพราะเรามี “เข็มทิศจากข้างใน” ที่พาไปในทิศทางที่ใช่สำหรับตัวเราเอง

  • การทำสมาธิ เช่น หายใจเป็นจังหวะ 4-7-8  เมื่อใจสงบขึ้น ลองสำรวจตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นภายในจิตใจ เรื่องไหนที่ติดค้างและรู้สึกอย่างไร ให้เวลาตัวเองได้อยู่กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วทำความเข้าใจเสียงจากภายในตนเอง

  • เขียน Diary บันทึกว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น คิดหรือรู้สึกอย่างไร การเขียนช่วยให้เราได้ทบทวนเหตุการณ์นั้นและมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้น เมื่อเรากลับมาอ่านอีกครั้งอาจทำให้เห็นรูปแบบหรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ไม่เคยมองมาก่อน

.

3.ฝึกอิสรภาพในแบบของตนเอง💨

การที่เราได้ "เลือก" ด้วยตนเอง…อาจเป็นสิ่งที่ ‘เติมเต็ม’ ตัวเราได้จริง ๆ  จากทฤษฎี Self-Determination หรือการกำหนดตนเอง กล่าวถึง ความต้องการทางจิตใจพื้นฐาน 3 อย่าง ได้แก่ ความสามารถ (competence) ความสัมพันธ์ (relatedness) และ การมีอิสระ (autonomy) เริ่มให้อิสระตนเองอย่างไรได้บ้าง?

  • ให้เวลาตัวเองกับกิจกรรมง่าย ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากคำว่า “ต้องทำ” หรือ “ต้องสำเร็จ” เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ

  • ลองตัดสินใจเอง ในเรื่องที่เคยพึ่งพาผู้อื่น เช่น ซื้อของเข้าบ้าน เลือกเสื้อผ้า ลองคิดว่าเราต้องการอะไร ที่ไหน ตอนไหน กับใคร แล้วลงมือทำสิ่งนั้น โดยไม่ลืมว่า ‘นี่คือการเลือกของเรา’ และเราก็พร้อมจะรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา

.

4.ชื่นชมตัวเองบ้าง🌟

หลายคนมองเห็นแต่ส่วนที่ไม่พอใจของตัวเอง เหมือนเมฆสีเทาที่รวมกันจนใหญ่ปกคลุมไปทั้งร่างกาย ทั้ง ๆ ที่หากเราลองเปิดใจรับสิ่งที่ทำได้ดีแม้จะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน เราอาจจะพบว่าตัวเราต่างมีทั้งเมฆสีฟ้าและสีเทาผสมกัน หรือบางทีเมฆสีฟ้าอาจใหญ่กว่าที่เราคิดก็ได้

- ลองจดบันทึกความสำเร็จของเราไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม

- ลองมองตัวเองในกระจกแล้วชมตัวเองอย่างจริงใจเหมือนที่เราเคยชมคนอื่น การชมไม่ใช่แค่การ พูดปลอบใจ แต่พูดมาจาก “ความเข้าใจ เชื่อมั่น และชื่นชมอย่างจริงใจ”


= = = = = =


🌱ฝึกฝนที่จะได้รับการยอมรับจากคนอื่นอย่างเหมาะสม

กำหนดขอบเขตที่จะอยู่ร่วมกับ External validation ได้โดยไม่หลงลืมตัวเอง


1.กล้าที่จะบอกความต้องการอย่างเหมาะสม🤩

การสื่อสารเพื่อบอกในสิ่งที่ต้องการ นอกจากจะทำให้เรามีโอกาสที่จะได้สิ่งนั้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้อีกฝ่ายเคารพในและเข้าใจขอบเขตของเรามากขึ้น หรือบางครั้งการบอกความต้องการก็ช่วยยืนยันในสิ่งที่เราไม่มั่นใจได้ เช่น

-บอกความกังวลในการทำงานกับเจ้านาย -> เจ้านายให้คำแนะนำได้ถูกจุด หรือให้ความช่วยเหลือเราได้

-ปฏิเสธที่จะไปเที่ยวกับเพื่อน เพราะเหนื่อย -> เพื่อนเข้าใจขอบเขตของเราและอาจให้กำลังใจเรา

.

2.เลือกฟังคำแนะนำ👂

เสียงจากคนรอบข้างมักวนเวียนเข้ามาหาเราเสมอ บางครั้งเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ บางครั้งเป็นคำแนะนำ ซึ่งเรามีหน้าที่ในการ ‘เลือก’ รับฟังในสิ่งที่เรามองว่าเป็นประโยชน์ จากคนที่ข้าใจเราอย่างแท้จริง เพราะหากเรารับทุกอย่างและพยายามแก้ไขทุกครั้ง มันอาจจะไม่มีจุดที่เพียงพอเลยก็ได้ .


3.รับรู้ขีดจำกัดของตัวเรา🤔

ทุกคนมี ‘ลักษณะเฉพาะตัว’ ที่ต่างกันไป เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำได้ทุกอย่างหรือปรับตัวเพื่อทุกคน

การตระหนักรู้ถึงขอบเขตที่มี ทำให้เราสามารถเลือกในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองได้ และเป็นเหมือนเครื่องมือวัดให้เหตุผลกับตัวเราในการ ‘หยุด’ ‘ทำต่อ’ หรือ ‘ขอความช่วยเหลือ’ 🍃เมื่อสมดุลเกิดขึ้น จะทำให้เรามีความมั่นคงในตนเอง เติมเต็มตัวตน…และสร้างสัมพันธภาพที่ดีได้🍃


---- บทความโดย มหาจิตนครคลินิก


#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #คลินิกจิตวิทยา #จิตวิทยาปรึกษา #จิตวิทยาบำบัด #ความรู้จิตวิทยา #Validation #ValidationSeeking #อยากให้คนอื่นยอมรับ #สูญเสียตัวตน #การเข้าสังคม



แหล่งอ้างอิง

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2026 by Mega Horizon.co.ltd

Powered and secured by Wix

bottom of page