ทำไมเราชอบคิดมากก่อนนอน

“ดึกแล้ว ข่มตานอนแต่หัวใจรุมเร้า ออกมายืนหาดาวช่วยปลอบใจ ดึกแล้ววุ่นใหญ่ใจร้อนรน”
“อยู่อยู่ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ ให้กลับมาคิดวกวนทั้งคืนวุ่นวาย อยู่อยู่ก็มีเรื่องเธอรบกวนหัวใจ…”
สองท่อนเพลงจากเพลงดังยุค 90’s ที่ชาววัยทำงานหลายๆคนอาจจะคุ้นเคย หรือแม้กระทั่งเราอาจจะติดปากบางประโยคของเพลงเหล่านี้เวลาที่เรากำลังตามข่าวที่น่าสนใจในตอนกลางคืน แต่ที่สองเพลงที่เราหยิบยกมาต่างก็มีพฤติกรรมคล้ายๆกันคือ
...
เมื่อกำลังจะนอน จู่ๆก็มีความคิด หรือความรู้สึกผุดขึ้นมาให้ไม่สามารถนอนได้
...
เคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่าทำไมคนเราถึงได้คิดมาก (overthinking) โดยเฉพาะความคิดเหล่านี้มักจะมาเป็นปกติเลยในวันที่เราต้องข่มตานอน พอหัวเราถึงหมอน นอนหลับตาปุ๊บ สมองเราก็รีบนำเสนอเรื่องราวมาทันทีเลย ราวกับเรากำลังดูหนังสั้นในหัวอยู่ แล้วทำไมมันถึงชอบมาเวลาตอนกลางคืนกันนะ เจ้าความคิดวุ่นวายนี้?
ในทางพฤติกรรมและการใช้ชีวิตเราสามารถตอบได้ว่าช่วงเวลากลางคืนเป็นเวลาที่โดนรบกวนน้อยที่สุด เมื่อเราล้มตัวนอน มันคือช่วงเวลาแห่งความเงียบที่สุดที่เราสามารถหาได้ เมื่อภายนอกตัวเราเงียบแล้ว มันถึงเวลาที่เสียงภายในของเราจะเปล่งออกมา
เนื่องจากสมองของเราไม่มีงานหลัก อย่างการทำธุระส่วนตัว การรับผิดชอบงานต่างๆ สมองจะเปิดโหมดจัดการ”งานค้าง” (Default Mode Network) ซึ่งจะเปิดใช้งานเวลาที่เราไม่มีกิจกรรมอะไรทำ เช่นตอนนั่งเฉยๆ หรือก่อนนอน สมองส่วนนี้จะเอาพวกความรู้สึกที่ตกค้างต่างๆ เช่น ความผิดหวัง ความกลัว หรือแผนการในอนาคตขึ้นมาวนในหัวเรา ซึ่งหมายความว่าสมองเรากำลัง “ซ้อมแผน” เพื่อเตรียมรับมือจากทุกกรณีที่จะเกิดขึ้นได้ เพื่อให้เรา “รอด” จากสิ่งนั้น
แต่!! ประเด็นคือ หลายเหตุการณ์มันยังไม่เกิดขึ้น แต่สมองดันคิดเป็นจริงเป็นจังเหมือนมันกำลังจะเกิดเร็วๆนี้แล้ว ทำยังไงดี เวลาความคิดมันเริ่มวิ่งไม่หยุด พรุ่งนี้ก็ต้องรีบตื่นซะด้วยยย ลองเริ่มจาก 3 วิธีตามนี้ก่อนนี้นะคะ
1.ลองสังเกตความคิดดูในยามหลับตาว่า “เรากำลังคิด” ไม่ได้หมายถึงว่า เราคือความคิดนั้น หรือจะเรียกให้ชัดกว่านั้นคือ รู้เท่าทันความคิดตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีความคิดเข้ามา เราอาจจะบอกว่าตัวเองว่า “ตอนนี้เราเริ่มคิดวนแล้วนะ” หรือบอกตัวเองว่า “ฉันรับรู้แล้วว่ากำลังคิดถึงสิ่งนี้” ให้เราได้มีโอกาสเป็นผู้ชม แทนการเป็นผู้แสดง การบอกหรือรับรู้สิ่งนี้จะเหมือนเป็นการถอยออกมาก้าวหนึ่ง
2. ถามตัวเองสั้นๆว่า “สิ่งที่เรากำลังคิด แก้ได้เลยตอนนี้มั้ย?” ถ้า “แก้ได้” เราลองจดไว้ก่อน เหมือนเป็นแผนการว่าเราจะทำอะไรต่อ หรือจะคิดอะไรต่อในตัวพรุ่งนี้ แต่ถ้า “แก้ไม่ได้ตอนนี้” เราต้องยอมรับว่า ณ ตอนนี้ยังไม่ถึงโอกาส หรือเวลาที่จะแก้มัน
3. ใช้ร่างกายเราเองในการดึงตัวเรากลับเข้ามาสู่ปัจจุบัน มีหลายเทคนิคในการดึงตัวเองกลับมาตรงนี้ การจับจังหวะหายใจเข้าออกของเราก็เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยได้ เราสามารถวางมือไว้ที่อก หรือ หน้าท้อง เพื่อรับรู้จังหวะลมหายใจของตัวเอง การทำแบบนี้ก็จะเป็นตัวช่วยบอกให้เราที่ความคิดอาจจะติดกับอดีต หรือล่องลอยไปในอนาคตกลับมาสู่เวลาปัจจุบันจริงๆของเราที่นอนอยู่บนเตียงได้ บางคืน เราอาจจะหยุดการคิดวนไม่ได้ทันที แต่อย่างน้อยที่สุด เราสามารถไม่ต้องเข้าร่วมในละครนั้นได้ค่ะ
น้องดวงใจหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่มีคำถาม หรือเจอสถานการณ์คล้ายๆกันนี้นะคะ
#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #นอนไม่หลับ #คิดมากตอนกลางคืน #overthinking
แหล่งอ้างอิง
DRTMS Therapy. (2022). Why you get more depressed at night? All about nighttime depression. https://drtmstherapy.com/more-depressed-at-night/
Verywell Mind. (n.d.). Racing thoughts at night. Retrieved August 19, 2025, from https://www.verywellmind.com/racing-thoughts-at-night-5207856
Cleveland Clinic. (2023, March 27). How to stop your mind from racing and get to sleep. Retrieved August 19, 2025, from https://health.clevelandclinic.org/when-youre-trying-to-sleep-but-your-mind-is-racing-give-these-tactics-a-try/
The Atlantic. (2019, November 20). What your brain is really doing when you're doing “nothing” [Video]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=yESSv7OgCv0







ความคิดเห็น