top of page
  • mhj_fb_png
  • mhj_ig_png
  • mhj_line_png
ค้นหา

ทำไมเราชอบคิดมากก่อนนอน

23 ก.ค.
ยาว 1 นาที

“ดึกแล้ว ข่มตานอนแต่หัวใจรุมเร้า ออกมายืนหาดาวช่วยปลอบใจ ดึกแล้ววุ่นใหญ่ใจร้อนรน” 
“อยู่อยู่ก็มีเรื่องราวให้นอนไม่หลับ ให้กลับมาคิดวกวนทั้งคืนวุ่นวาย อยู่อยู่ก็มีเรื่องเธอรบกวนหัวใจ…”

สองท่อนเพลงจากเพลงดังยุค 90’s ที่ชาววัยทำงานหลายๆคนอาจจะคุ้นเคย หรือแม้กระทั่งเราอาจจะติดปากบางประโยคของเพลงเหล่านี้เวลาที่เรากำลังตามข่าวที่น่าสนใจในตอนกลางคืน  แต่ที่สองเพลงที่เราหยิบยกมาต่างก็มีพฤติกรรมคล้ายๆกันคือ

...

เมื่อกำลังจะนอน จู่ๆก็มีความคิด หรือความรู้สึกผุดขึ้นมาให้ไม่สามารถนอนได้

...

เคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่าทำไมคนเราถึงได้คิดมาก (overthinking) โดยเฉพาะความคิดเหล่านี้มักจะมาเป็นปกติเลยในวันที่เราต้องข่มตานอน พอหัวเราถึงหมอน นอนหลับตาปุ๊บ สมองเราก็รีบนำเสนอเรื่องราวมาทันทีเลย ราวกับเรากำลังดูหนังสั้นในหัวอยู่  แล้วทำไมมันถึงชอบมาเวลาตอนกลางคืนกันนะ เจ้าความคิดวุ่นวายนี้?


ในทางพฤติกรรมและการใช้ชีวิตเราสามารถตอบได้ว่าช่วงเวลากลางคืนเป็นเวลาที่โดนรบกวนน้อยที่สุด เมื่อเราล้มตัวนอน มันคือช่วงเวลาแห่งความเงียบที่สุดที่เราสามารถหาได้ เมื่อภายนอกตัวเราเงียบแล้ว มันถึงเวลาที่เสียงภายในของเราจะเปล่งออกมา

เนื่องจากสมองของเราไม่มีงานหลัก อย่างการทำธุระส่วนตัว การรับผิดชอบงานต่างๆ สมองจะเปิดโหมดจัดการ”งานค้าง” (Default Mode Network) ซึ่งจะเปิดใช้งานเวลาที่เราไม่มีกิจกรรมอะไรทำ เช่นตอนนั่งเฉยๆ หรือก่อนนอน  สมองส่วนนี้จะเอาพวกความรู้สึกที่ตกค้างต่างๆ เช่น ความผิดหวัง ความกลัว หรือแผนการในอนาคตขึ้นมาวนในหัวเรา ซึ่งหมายความว่าสมองเรากำลัง “ซ้อมแผน” เพื่อเตรียมรับมือจากทุกกรณีที่จะเกิดขึ้นได้ เพื่อให้เรา “รอด” จากสิ่งนั้น 


แต่!! ประเด็นคือ หลายเหตุการณ์มันยังไม่เกิดขึ้น แต่สมองดันคิดเป็นจริงเป็นจังเหมือนมันกำลังจะเกิดเร็วๆนี้แล้ว  ทำยังไงดี เวลาความคิดมันเริ่มวิ่งไม่หยุด  พรุ่งนี้ก็ต้องรีบตื่นซะด้วยยย  ลองเริ่มจาก 3 วิธีตามนี้ก่อนนี้นะคะ 

1.ลองสังเกตความคิดดูในยามหลับตาว่า “เรากำลังคิด” ไม่ได้หมายถึงว่า เราคือความคิดนั้น  หรือจะเรียกให้ชัดกว่านั้นคือ รู้เท่าทันความคิดตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีความคิดเข้ามา เราอาจจะบอกว่าตัวเองว่า “ตอนนี้เราเริ่มคิดวนแล้วนะ” หรือบอกตัวเองว่า “ฉันรับรู้แล้วว่ากำลังคิดถึงสิ่งนี้”  ให้เราได้มีโอกาสเป็นผู้ชม แทนการเป็นผู้แสดง  การบอกหรือรับรู้สิ่งนี้จะเหมือนเป็นการถอยออกมาก้าวหนึ่ง 

2. ถามตัวเองสั้นๆว่า “สิ่งที่เรากำลังคิด แก้ได้เลยตอนนี้มั้ย?”  ถ้า “แก้ได้” เราลองจดไว้ก่อน เหมือนเป็นแผนการว่าเราจะทำอะไรต่อ หรือจะคิดอะไรต่อในตัวพรุ่งนี้  แต่ถ้า “แก้ไม่ได้ตอนนี้” เราต้องยอมรับว่า ณ ตอนนี้ยังไม่ถึงโอกาส หรือเวลาที่จะแก้มัน 

3. ใช้ร่างกายเราเองในการดึงตัวเรากลับเข้ามาสู่ปัจจุบัน  มีหลายเทคนิคในการดึงตัวเองกลับมาตรงนี้  การจับจังหวะหายใจเข้าออกของเราก็เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยได้ เราสามารถวางมือไว้ที่อก หรือ หน้าท้อง เพื่อรับรู้จังหวะลมหายใจของตัวเอง การทำแบบนี้ก็จะเป็นตัวช่วยบอกให้เราที่ความคิดอาจจะติดกับอดีต หรือล่องลอยไปในอนาคตกลับมาสู่เวลาปัจจุบันจริงๆของเราที่นอนอยู่บนเตียงได้  บางคืน เราอาจจะหยุดการคิดวนไม่ได้ทันที แต่อย่างน้อยที่สุด เราสามารถไม่ต้องเข้าร่วมในละครนั้นได้ค่ะ 


น้องดวงใจหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่มีคำถาม หรือเจอสถานการณ์คล้ายๆกันนี้นะคะ

#บทความจิตวิทยา #มหาจิตนครคลินิก #นอนไม่หลับ #คิดมากตอนกลางคืน #overthinking



แหล่งอ้างอิง 

 
 
 

ความคิดเห็น


© 2026 by Mega Horizon.co.ltd

Powered and secured by Wix

bottom of page